กูเกิลเอดส์

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เที่ยวน้ำตกคลองพา 4 ถึงแคมป์ที่พักเสียที หลังจากบุกป่ากว่า 7 ชั่วโมง

พาเที่ยวน้ำตกคลองพา ท่าชนะ
หลังจากเดินกันจนขาระบม โดยเริ่มตั้งต้นเดินเท้าบริเวณปากทางเข้าน้ำตกคลองพาเวลาประมาณ 9.30 น. เดินบุกป่าผ่านด่านทั้งขึ้นเขาลงห้วย จนถึงน้ำตกคลองพาชั้นที่ 7 ดั้นด้นกันจนมาถึงน้ำตกคลองพาชั้นที่ 1 เวลาประมาณ 17.00 น.พอดี รวมเวลาที่เราใช้ในการเดินทั้งหมดร่วม เจ็ดชั่วโมงครึ่ง แต่ในความเป็นจริง เราใช้เวลาพักกันตลอดการเดินทางไม่น้อยเหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการเดินป่า โดยเฉพาะการเดินขึ้นเขาลงเขาที่ค่อนข้างชัน จึงจำเป็นที่ต้องพักบ่อยและค่อนข้างถี่ สอบถามพรานเล็กผู้นำทาง ถ้าเดินกันแบบพรานสบายๆใช้เวลาจริงๆ ก็ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง แต่ถ้าเดินแบบเร่งรีบ ไม่เกิน 3 ชั่วโมงก็ถึง แต่นั้นมันต้องเป็นฝีเท้าพรานผู้ชำนาญการเดินป่านะครับ ไม่ใช่พวกเรา



พอเข้าตำแหน่งตั้งเต้นท์พักแรม ซึ่งพรานเคและพรานทินล่วงหน้าแบกสัมภาระของพวกเรามาเตรียมสถานที่ไว้ให้แล้ว ก็ต้องรีบลงมือกางเต้นท์นอนกันก่อนที่จะมืด เพราะในป่ามันมืดเร็วมาก ในหลักการตั้งเต้นท์เราจะไม่ตั้งเต้นท์ชิดลำธารโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน เพราะถ้าเกิดฝนตกหนักและเกิดมีน้ำป่าหลากมา เราจะหนีไม่ทันหรืออาจจะวุ่นวายมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน  แต่วันที่เราไป ยังไม่ใช่ฤดูฝน และพรานนำทางยืนยันว่า เราอยู่ในตำแหน่งต้นน้ำ ถึงฝนจะลงหนัก น้ำก็จะไหลไปตามลำธารอย่างรวดเร็ว จึงสามารถกางเต้นท์พักแรมกันได้ อย่างน้อยจะได้สะดวกในการใช้น้ำหุงหาอาหารและใช้อาบน้ำชำระร่างกาย  แต่ถ้าไปเจอแอ่งน้ำเล็กๆ  พรานบอกว่าเราไม่ควรตั้งแคมป์นอนใกล้แหล่งน้ำนั้นเด็ดขาด  ควรขยับออกมาให้ห่างซักหน่อย  เพราะเป็นไปได้สูงที่เวลากลางคืนสัตว์ป่าจะลงมากินน้ำ เราไปตั้งเต้นท์ขวางทางไว้  อาจจะทำให้สัตว์ป่าเดือดร้อนได้

ระหว่างที่พวกเราตั้งเต้นท์พักแรมกัน พรานทินและพรานเคก็ช่วยกันหุงหาอาหารอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยจับปลาในน้ำตกมาเป็นแหล่งโปรตีน ได้ทานปลาน้ำตกตัวโตๆ สดๆ อร่อยมากครับ แต่ผมจำไม่ได้แล้วว่าเขาเรียกปลาอะไร ก็อาศัยบรรดาพรานนำทางนั่นแหละครับลงไปจับมาให้  เมนูเย็นวันนี้เราจึงได้กินแกงส้มและต้มปลาที่อร่อยมากๆ ถ้าไปลำพังแต่พวกเรา  ไม่พ้นกินปลากระป๋องแน่นอน มื้อเย็นวันนี้ต้องยอมรับว่าเป็นอาหารมื้อพิเศษที่อร่อยและจะจำรสชาติความประทับใจไปได้อีกนาน อาจเป็นเพราะเราใช้แรงไปเยอะมากๆ ในการเดินป่ากว่า 7 ชั่วโมง แต่ก็ต้องชมฝีมือหุงข้าวและทำกับข้าวของพรานทินครับ ว่า ในความขาดแคลนของอุปกรณ์ทุกอย่าง แต่พรานทินสามารถหุงข้าวและทำอาหารให้พวกเราได้รับประทานอย่างน่ากินมากๆ  แกงหม้อโตๆ ที่น่าจะกินได้ซัก 20 คน จึงหมดไปในเวลาไม่นานด้วยคนเพียง 10 คนเท่านั้น

หลังจากทุกคนอิ่มหมีพีมันและอาบน้ำชำระเหงื่อไคลในลำธารกันจนเป็นที่พอใจแล้ว พอเริ่มมืด ก็ถึงเวลาสังสรรค์เล่านิทานรอบกองไฟ และจิบกาแฟร้อนๆแก้หนาว แน่นอนครับว่า ตอนนี้ทุกคนกลับมาสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากันแล้ว เรื่องเล่าจึงไม่พ้นการแซวกันด้วยความสนุกสนานในการเดินป่ากันวันนี้เป็นหลัก เสริมด้วยเรื่องโจ๊กขำๆ หัวเราะกันจนท้องคัดท้องแข็ง โดยเฉพาะการเล่าแซวตอนไถลลื่นตกหน้าผาลงไปในน้ำโดยเจ้าตัวเอง ตอนนี้ทุกคนสามารถยืดเป็นพระเอกนางเอกกันได้อย่างเต็มภาคภูมิ เสียดายกำลังคุยกันสนุกๆ แต่อากาศเย็นของกลางป่ากำลังแผ่ปกคลุมไล่ให้พวกเราต้องหนีเข้าเต้นท์พักไปทีละคนสองคน โดยไม่มีใครบอกว่าเพลียจังขอไปนอนก่อนเพื่อเอาแรงไว้เดินหนักพรุ่งนี้ซักคน 555

ตอนแรก ผมตั้งใจว่า เราจะรีบออกเดินทางตอนเช้า แต่พรานเล็กบอกว่า รอให้ซัก 9 โมงเช้า กินข้าวกันก่อนค่อยเดินออกไปดีกว่า   เพราะวันนี้เราก็ต้องไกลไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง  และอย่ารีบตื่นกันเช้านัก เพราะกลางป่าอากาศมันเย็น ในใจผมก็ไม่คิดว่าจะ 5 ชั่วโมงจริงๆ  เพราะเราเดินกันมาจนถึงน้ำตกชั้น 1 แล้ว  น่าจะใช้เวลาไม่นาน ผลจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวติดตามต่อไป

รุ่งเช้าหลังจากนอนพักกันจนเต็มอิ่ม ผมก็ตื่นประมาณ 6 โมงเช้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผมอยู่แล้ว หลายคนก็ตื่นกันบ้างแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาจึงเริ่มลงมือเก็บเต้นท์นอนและเก็บขยะรอบๆ สถานที่เผาไฟไม่ให้เหลือค้างอยู่ในป่า

แต่ที่ประทับใจสุดๆ  คือกาแฟจากน้ำต้มกระบอกไม้ไผ่ที่หอมกรุ่นกลิ่นเนื้อไผ่ ที่ทำให้รสชาติของกาแฟหอมอร่อยลิ้นมากยิ่งขึ้น ได้กาแฟร้อนๆ ช่วยบรรเทาความหนาวของอากาศได้เป็นอย่างดี ระหว่างที่นั่งจิบกาแฟละเลียดกลิ่นไอของขุนเขาและสายน้ำตกเป็นขนมหวานแกล้มกาแฟ  พี่ทินก็กำลังทำข้าวต้มปลากลิ่นหอมชวนกินลอยมาจนต้องไปนั่งเข้าคิวรอโซ้ยก่อนคนอื่นเลย อิอิ

นี่ถ้าอยู่ในบรรยากาศแบบนี้ทุกวัน  ผมว่าน่าจะมีความสุขไม่น้อย ทุกอย่างเรียบง่าย สบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบ มีแต่เพื่อนที่เปี่ยมไปด้วยไมตรี ไม่มีธุรกิจที่ต้องเอารัดเอาเปรียบหรือแข่งขันกับใคร  กินง่ายๆ อยู่ง่ายๆ  เสียดายมากๆ  ที่เรามีเวลาซึมซับบรรยากาศแบบนี้ได้ในเวลาสั้นๆ



 ดังนั้นจึงตั้งปณิธานไว้เลยว่า จะต้องหาโอกาสเข้าป่าน้ำตกคลองพาอีกแน่ๆ  เพื่อไปเติมเต็มสิ่งที่จิตใจเราโหยหาและขาดหาย  ถ้าใครจะไปกับผมด้วยโทรมาได้เลยครับที่ โทร. 096-654-2329  และนี่ก็ยังไม่ใช่ตอนสุดท้ายของการเดินป่าน้ำตกคลองพา  ยังมีรายละเอียดอีกเยอะที่ผมจะมาเล่าให้ฟัง คงต้องติดตามอ่านในตอนที่ 5 แล้วละครับ



ติดตามอ่านทริปเดินป่า นำตกคลองพา ตอนอื่นๆ ได้ที่
ทริปเดินป่าน้ำตกคลองพา 1 ปฐมบทสำหรับคนหัวใจแกร่ง

ทัวร์เดินป่า น้ำตกคลองพา 2 เริ่มของจริงละนะ